ไฮยาลูรอน คืออะไร? รวมประโยชน์ ประเภท และวิธีเลือกเซรั่มไฮยาที่ดี

hya-serum

เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป หลาย ๆ คนคงเริ่มเจอกับปัญหาผิวที่สร้างความหนักใจอย่างร่องริ้วรอย ทั้งริ้วรอยตื้นและริ้วรอยลึก ยิ่งทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสและดูแก่กว่าวัยอันควร ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในที่ทำร้ายผิว แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะปัญหาเหล่านี้ เซรั่มไฮยาช่วยคุณได้ บทความนี้จะชวนมาติดตามกันครับว่าเซรั่มไฮยาดีที่ต้องเป็นอย่างไร

 

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คือ สารธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ดูมีออร่า แต่เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตสารชนิดนี้น้อยลง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของริ้วรอยตื้นและลึกที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย VICHY จะพาไปเจาะลึกประโยชน์ของไฮยาลูรอน พร้อมเคล็ดลับเลือกเซรั่มไฮยาเพื่อกู้ผิวโกลว์กระจ่างใส ไม่มีริ้วรอย

 

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) คืออะไร?

 

Hyaluronic Acid หรือ HA คือ โมเลกุลน้ำตาลที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ไฮยาลูรอนโดดเด่นด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น โดยสามารถอุ้มน้ำได้สูงสุดถึง 1,000 เท่าของน้ำหนักตัวมันเอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลคุณภาพผิว ดังนี้

 

  • ปรับสมดุลความชุ่มชื้น: คอยโอบอุ้มน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวชั้นต่าง ๆ ป้องกันปัญหาผิวแห้งขาดน้ำที่ทำให้ใบหน้าดูอิดโรย ไม่สดใส
  • พยุงโครงสร้างผิว: ทำหน้าที่เสมือนเจลหล่อลื่นที่เข้าไปเติมเต็มช่องว่างระหว่างเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยให้ผิวหน้ามีความยืดหยุ่น นุ่มเด้ง และกระชับเต่งตึง
  • เสริมปราการผิว (Skin Barrier): เมื่อผิวชุ่มชื้นอย่างเต็มที่ เกราะป้องกันผิวจะแข็งแรงขึ้น พร้อมต่อสู้กับปัจจัยทำร้ายผิวรอบตัว (Exposome) ทั้งฝุ่น มลภาวะ และรังสี UV

 

 

VICHY LIFTACTIV H.A. Epidermic Filler

 

 

สาเหตุการเกิดริ้วรอย

เคยสังเกตุไหมครับว่า บางคนก็อายุเยอะแล้ว แต่ทำไมริ้วรอยยังไม่ค่อยมีเลย

ทั้งนี้เพราะว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยนั้น มีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยทำร้ายผิวภายนอก

 

สาเหตุที่ 1 ปัจจัยภายใน

 

ปัจจัยภายในก็เช่น ร่างกายมีเอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดสที่แอคทีฟมากยิ่งขึ้น1 ส่งผลให้ทำลายไฮยาลูรอนในผิวมากขึ้นตามวัย ไฮยาลูรอนในผิวจึงลดลงอย่างชัดเจน ประกอบกับการสร้างที่น้อยลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น2 และยิ่งถ้าอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แห้ง เช่น ในห้องปรับอากาศ หรือออกกลางแจ้งที่เจอกับรังสี UV3 ยิ่งจะทำให้ไฮยาลูรอน โดยเฉพาะที่มีอยู่ในผิวชั้นอิพิเดอร์มิส หายไปอย่างรวดเร็ว

 

จากงานวิจัยพบว่า ใน 1 วัน ผิวเรามีการสูญเสียไฮยาลูรอนออกจากผิว สูงถึง 0.6mg4 ส่วนคอลลาเจน และอิลาสติน ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จากเอนไซม์คอลลาจิเนส และอิลาสเทส

 

สาเหตุที่ 2 ปัจจัยภายนอก

 

ไลฟ์สไตล์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการผลิตคอลลาเจนและไฮยาลูรอนที่ลดลง รวมไปถึงส่งผลต่อการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ช้าลง เช่น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด อีกทั้งการแสดงออกทางอารมณ์บนใบหน้าต่าง ๆ เช่นการยิ้ม เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดริ้วรอยได้เร็วมากยิ่งขึ้น

 

ดังนั้น ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย ไม่อยากมีริ้วรอย ทุกคนก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงปัจจัยทำร้ายผิวเอ็กซ์โพโซม ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น ปกป้องผิวจากฝุ่น PM2.5 และแสงแดด รับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่สมดุล โดยเน้นอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่นผักผลไม้ที่มีสี เพียงแค่นี้ก็สามารถชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้แล้ว

 

แต่ด้วยไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน การหลีกเลี่ยงปัจจัยทำร้ายผิวต่าง ๆ คงทำได้ไม่ง่าย การเติมสารที่ช่วยเติมเต็มเส้นใยต่าง ๆ ในชั้นผิว โดยเฉพาะไฮยาลูรอน ซึ่งจะเป็นตัวที่ช่วยโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผิว มีความนุ่มเด้ง อิ่มฟู จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

 

เซรั่มไฮยาลูรอนคืออะไร

เซรั่มไฮยาลูรอน คือ ผลิตภัณฑ์จำพวกสกินแคร์อย่างหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมหลักคือกรดไฮยาลูโรนิกเข้มข้น ซึ่งเป็นกรดที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจึงทำให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างล้ำลึก เพื่อฟื้นบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เซรั่มไฮยาลูรอน เป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีกรดไฮยาลูโรนิกสกัดเข้มข้นเป็นส่วนผสมหลัก ทำหน้าที่เติมเต็มความชุ่มชื้นที่ผิวสูญเสียไป ด้วยโมเลกุลขนาดเล็กที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึก ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มฟูและนุ่มเด้ง ซึ่งด้วยระดับความเข้มข้นของตัวสารไฮยาลูรอนที่สูงกว่าครีมบำรุงทั่วไป ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เพียงแค่เคลือบความชุ่มชื้นไว้บนผิวชั้นนอก แต่ยังช่วยฟื้นบำรุงปราการผิว (Skin Barrier) ให้กลับมาแข็งแรง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดเลือนริ้วรอยร่องลึก

 

 

เซรั่มไฮยาลูรอน มีความสำคัญต่อผิวอย่างไร

 

ประโยชน์ที่ 1 เติมเต็มความชุ่มชื้นสู่ผิว

 

เซรั่มไฮยา เป็นตัวช่วยที่ดีในการเติมเต็ม และกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เพื่อผิวดูอิ่มน้ำ นุ่มเด้ง ฉ่ำวาว ลดความแห้งกร้าน ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งความชุ่มชื้นจะช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งและผิวขาดน้ำได้

 

ประโยชน์ที่ 2 ลดเลือนริ้วรอย

 

เมื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นแล้ว ผลพลอยได้ที่ตามคือปัญหาริ้วรอยดูจางลง เพราะผิวที่มีความชุ่มชื้นและการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวนั้น จะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี ดูเด้งอิ่มน้ำ มีความยืดหยุ่น และทำให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง ริ้วรอยดูจางลงได้

 

ประโยชน์ที่ 3 คืนความกระจ่างใสสู่ผิว

 

เซรั่มไฮยา ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสได้ด้วย เนื่องจากเซรั่มที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิค แอซิด จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มเด้ง ด้วยน้ำในชั้นผิว จึงทำให้ผิวที่ดูโทรม ไม่สดใส กลับมากระจ่างใสขึ้นได้

 

ประโยชน์ที่ 4 ผิวเรียบเนียนขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

 

ผิวที่ไม่กระชับ ไม่เรียบเนียน สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้เซรั่มไฮยา เพราะด้วยคุณสมบัติการเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว จะช่วยทำให้ผิวดูนุ่มเด้ง อิ่มฟู ผิวจึงดูกระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ประโยชน์ที่ 5 ผิวดูสุขภาพดี มอบผิวแข็งแรงในระยะยาว

 

เพราะความชุ่มชื้นคือกุญแจสำคัญของการมีผิวสุขภาพดี เมื่อบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น จะช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายปัจจัย และช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดี รวมถึงช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว

 

 

เคล็ดลับการใช้เซรั่มไฮยาลูรอนให้เหมาะกับสภาพผิว

จริง ๆ แล้วเซรั่มไฮยาสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว ทั้งผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม หรือแม้แต่ผิวที่บอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย เพราะด้วยคุณสมบัติการเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวนั้น ไม่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็ต้องการความชุ่มชื้นทั้งนั้น ซึ่งการใช้เซรั่มไฮยา จะช่วยเติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ให้ผิวดูอิ่มน้ำ โดยไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม และยังช่วยให้ผิวแข็งแรง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าสภาพผิวแบบไหนก็ใช้ได้

 

เซรั่มไฮยาลูรอนสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว เนื่องจากความชุ่มชื้น คือ รากฐานสำคัญของผิวสุขภาพดี ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย การเติมไฮยาลูรอนจะช่วยเสริมปราการผิวให้แข็งแรงและอิ่มฟู โดยมีเคล็ดลับการปรับใช้ตามสภาพผิวดังนี้

 

  • ผิวมัน: แม้ผิวจะผลิตน้ำมันมาก แต่ก็มักเผชิญภาวะ "ผิวมันขาดน้ำ" แนะนำให้ทาเซรั่มไฮยา 1-2 หยด ลงบนผิวที่ยังเปียกหมาด ๆ ทันทีหลังล้างหน้า เพื่อให้โมเลกุลซึมซาบไว เติมน้ำให้ผิวโดยไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และช่วยปรับสมดุลลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน
  • ผิวแห้ง: ผิวที่สูญเสียน้ำได้ง่าย ควรทาเซรั่มในปริมาณที่มากขึ้น (ประมาณ 3-4 หยด) ทันทีหลังเช็ดโทนเนอร์ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องทามอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมทับเสมอ เพื่อทำหน้าที่เป็นฟิล์มล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยออกจากชั้นผิว
  • ผิวผสม: ควรใช้วิธีทาแบบปรับสมดุล โดยเน้นนวดเนื้อเซรั่มบริเวณพวงแก้มหรือจุดที่แห้งกร้านเป็นพิเศษ และทาเพียงบาง ๆ บริเวณทีโซน (T-Zone) ที่มีความมัน เพื่อให้ผิวทั่วใบหน้ามีความชุ่มชื้นที่สม่ำเสมอกัน
  • ผิวแพ้ง่าย: ควรเลือกเซรั่มไฮยาที่เป็นสูตรอ่อนโยน ลูบไล้อย่างเบามือเพื่อปลอบประโลมผิว การใช้เป็นประจำจะช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง ทนทานต่อมลภาวะภายนอกได้ดีขึ้น

 

 

ไฮยาลูรอนมีกี่ประเภท

ไฮยาลูรอนที่ใช้ในสกินแคร์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามขนาดโมเลกุล ซึ่งส่งผลต่อระดับการซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวที่ต่างกัน การเลือกเซรั่มที่ผสานขนาดโมเลกุลหลากหลาย จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยและเติมความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น VICHY ได้สรุปความแตกต่างของโมเลกุลไฮยาลูรอนแต่ละประเภทไว้ ดังนี้

 

  • โมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight): ทำหน้าที่เป็นเสมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวชั้นนอกสุด ช่วยกักเก็บน้ำไม่ให้ระเหยออก ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นทันที พร้อมเสริมปราการผิวให้แข็งแรง สู้กับมลภาวะได้ดียิ่งขึ้น
  • โมเลกุลกลาง (Medium Molecular Weight): ซึมซาบลงสู่ชั้นผิวระดับกลาง ช่วยเติมน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ฟื้นบำรุงผิวที่ดูอิดโรยให้กลับมาอิ่มน้ำ
  • โมเลกุลเล็ก (Low/Micro Molecular Weight): ซึมลึกทะลุทะลวงถึงผิวชั้นในสุด เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว เติมเต็มร่องริ้วรอยลึกจากภายใน คืนความยืดหยุ่นให้ผิวหน้านุ่มเด้งและกระชับ

 

 

ข้อควรระวังและวิธีใช้ไฮยาลูรอนให้ได้ผล

การใช้เซรั่มไฮยาลูรอนอย่างถูกวิธี จะช่วยพยุงโครงสร้างผิวให้อิ่มฟูและลดเลือนริ้วรอยได้ดีเยี่ยม มีขั้นตอนการใช้ดังนี้

 

  1. เตรียมผิวให้ชุ่มชื้น: ล้างหน้าให้สะอาดและซับเบา ๆ ให้ผิวหน้ายังคงความเปียกหมาดอยู่ หรืออาจฉีดสเปรย์น้ำแร่ เพื่อเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น พร้อมรับการบำรุง
  2. ทาเซรั่มขณะผิวหมาด: หยดเซรั่ม 2-3 หยด ลูบไล้และนวดวนเบา ๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ ความชื้นบนผิวจะช่วยให้โมเลกุลไฮยาลูรอนทำหน้าที่เป็นฟองน้ำ ดูดซับน้ำและพาดึงลงสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก
  3. ล็อกความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมทับลงไปทันที ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันผิว ไม่ให้น้ำระเหยออกไปในสภาพอากาศที่แห้งหรือห้องแอร์

 

 

ข้อควรระวังในการใช้ไฮยาลูรอน

 

หลีกเลี่ยงการทาเซรั่มไฮยาลูรอนลงบนผิวที่แห้งสนิท

เพื่อป้องกันไม่ให้สารอุ้มน้ำดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวชั้นลึกจนเกิดความแห้งตึง

ควรสร้างพฤติกรรมการทาลงบนผิวหมาดและล็อกด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ทับเสมอ เพื่อเสริมสร้างปราการผิว ให้แข็งแรง และสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย การทดสอบก่อนใช้งานจริงด้วยการทาทิ้งไว้บริเวณใต้ท้องแขน 24 ชั่วโมง แล้วสังเกตผลลัพธ์ จะช่วยให้คุณกู้ผิวอิ่มฟูได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล

 

 

เซรั่มไฮยาลูรอน แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผลิตภัณฑ์เซรั่มน้ำแร่ ผสานไฮยาลูรอนิก แอซิดจาก VICHY

 

VICHY เวชสำอางจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีแพทย์ผิวหนังกว่า 80,000 คนทั่วโลกมั่นใจแนะนำให้ใช้5 นำเสนอพรีเซรั่มบำรุงผิวหน้า VICHY MINERAL 89 BOOSTER SERUM โดยมีจุดเด่นคือการผสานพลังของน้ำแร่ภูเขาไฟวิชี่เข้มข้นและไฮยาลูรอนิก แอซิดสกัดจากธรรมชาติ เพื่อฟื้นปราการผิวให้แข็งแรง

 

 

คุณสมบัติ

 

  1. น้ำแร่ภูเขาไฟวิชี่ (Vichy Volcanic Water) เข้มข้น 89%: อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว 15 ชนิด ช่วยปรับสมดุลและเสริมสร้างปราการปกป้องผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง ป้องกันผิวจากปัจจัยทำร้ายผิว เช่น มลภาวะ ฝุ่น PM 2.5 อากาศเปลี่ยนแปลง ความเครียด และการพักผ่อนน้อย ฟื้นบำรุงผิวอ่อนล้าให้กลับมาดูมีชีวิตชีวา
  2. ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) สกัดจากธรรมชาติ: ทำงานร่วมกับน้ำแร่ภูเขาไฟวิชี่อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเติมเต็มน้ำให้กับผิว ฟื้นฟูผิวหน้าโทรมที่มีสาเหตุจากความเหนื่อยล้าให้กลับมาเปล่งปลั่งมีออร่าอีกครั้งภายใน 10 วัน

 

 

ขึ้นชื่อว่าเป็นเวชสำอาง วิชี่ตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่าย เพราะ VICHY MINERAL 89 BOOSTER

เป็นพรีเซรั่มที่คัดสรรส่วนผสมมาอย่างพิถีพิถัน เป็นสูตรคลีนฟอร์มูล่า ปราศจากสารแต่งสี น้ำหอม แอลกอฮอล์ ซิลิโคน

และพาราเบน อ่อนโยนขั้นสุดจนสามารถใช้ทาบริเวณรอบดวงตาได้

และเหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ผิวบอบบางมีแนวโน้มระคายเคืองง่าย

 

 

วิธีการใช้

 

  1. ปั๊มผลิตภัณฑ์ประมาณ 2 หยดลงบนฝ่ามือ
  2. ทาผลิตภัณฑ์ให้ทั่วใบหน้า ลำคอ และผิวบริเวณรอบดวงตา
  3. นวดหรือแตะเบา ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิว
  4. ใช้เป็นขั้นตอนแรก (First Serum) ของการบำรุงผิวเป็นประจำ ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเซรั่มไฮยาลูรอน

เซรั่มไฮยาลูรอนช่วยอะไร

 

เซรั่มไฮยาช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างล้ำลึก จึงช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวดูสุขภาพดี และแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหน้ามีความเรียบเนียน ดูกระชับ นุ่มเด้ง และริ้วรอยดูจางลงได้

 

เซรั่มไฮยาลูรอนตัวไหนดี

 

เซรั่มไฮยาตัวไหนดี ที่จะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำ VICHY MINERAL 89 BOOSTER SERUM เซรั่มไฮยาเข้มข้น ที่แพทย์ผิวหนังกว่า 80,000 คนทั่วโลกให้การแนะนำ

 

เซรั่มไฮยาลูรอนทาหน้าได้ไหม

 

เซรั่มไฮยาสามารถทาหน้าได้ และสามารถใช้บำรุงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ต้องการความชุ่มชื้นได้ เนื่องจากเซรั่มไฮยาจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ให้ผิวหน้าและผิวบริเวณต่าง ๆ แลดูสุขภาพดี ฉ่ำวาว

 

เซรั่มไฮยาลูรอนใช้คู่กับอะไร

 

เซรั่มไฮยานิยมใช้คู่กับเซรั่มวิตามินซี เนื่องจากไฮยาลูรอนจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ส่วนวิตามินซีจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ทั้งนี้วิตามินซีอาจทำให้ผิวแห้งได้ การใช้เซรั่มไฮยาร่วมด้วยจะช่วยลดการระคายเคืองจากวิตามินซี จึงเป็นการทำงานที่เสริมกันอย่างลงตัว

 

ฉีดเซรั่มไฮยาลูรอนดีไหม

 

การฉีดไฮยารูลอนจะให้ผลดีกว่าการทาเซรั่ม เพราะเป็นการฉีดตรงเข้าสู่ผิว แต่การทาเซรั่มไฮยาก็สามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยได้เช่นกัน

 

การฉีดและการทาให้ผลแตกต่างกัน การฉีดเหมาะกับการเติมเต็มเฉพาะจุดแบบเร่งด่วน ส่วนการทาเซรั่มไฮยาเป็นประจำจะช่วยเติมความชุ่มชื้นล้ำลึกทั่วใบหน้า เสริมปราการผิวให้แข็งแรง และลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งเข็ม

 

เซรั่มไฮยาลูรอนคนท้องใช้ได้ไหม

 

เซรั่มไฮยาคนท้องสามารถใช้ได้ เป็นตัวช่วยบำรุงให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวอิ่มฟู ไม่แห้งกร้าน ช่วยกู้ผิวแห้งให้กลับมานุ่มเด้งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ได้

 

 

สรุป

 

ไฮยาลูรอน เป็นปราการสำคัญในการดูแลความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิวหนัง การเลือกใช้เซรั่มไฮยาลูรอนที่มีขนาดโมเลกุลหลากหลายและทาอย่างถูกวิธีขณะผิวหมาด จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยชดเชยการสูญเสียไฮยาลูรอนในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมใช้กันแดดที่มีค่า SPF50+ PA++++ ที่ปกป้องผิวจากรังสี UV และมีสูตร anti-pollution อย่าง Vichy Capital Soleil UV Age Daily ร่วมด้วย เพื่อปกป้องผิวสวยใสไปอีกนาน ขอให้ทุกคนผิวชุ่มชื้น ห่างไกลริ้วรอย แล้วพบกันใหม่ใน le Vichy mag ฉบับหน้าครับ — ภก. บดินทร์ หลักทอง

 

 

  1. PAPAKONSTANTINOU, Eleni, ROTH, Michael, et KARAKIULAKIS, George. Hyaluronic acid: A key molecule in skin aging. Dermato-endocrinology, 2012, vol. 4, no 3, p. 253-258.
  2.  

  3. Fraser JR, Laurent TC, Laurent UB. Hyaluronan: its nature, distribution, functions and turnover.
  4.  

  5. Dai, Guang, et al. "Chronic ultraviolet B irradiation causes loss of hyaluronic acid from mouse dermis because of down-regulation of hyaluronic acid synthases." The American journal of pathology 171.5 (2007): 1451-1461
  6.  

  7. Rejuvenating Hydrator: Restoring Epidermal Hyaluronic Acid Homeostasis With Instant Benefits. Narurkar VA, Fabi SG, Bucay VW, Tedaldi R, Downie JB, Zeichner JA, Butterwick K, Taub A, Kadoya K, Makino ET, Mehta RC, Vega VL. J Drugs Dermatol. 2016 Jan;15(1 Suppl 2):s24-37.
  8.  

  9. ผลสำรวจโดย AplusA และผู้ทำการสำรวจร่วมโดยอ้างอิงจากตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ เวชสำอาง ระหว่าง มกราคม 2021 ถึง ตุลาคม 2021 ซึ่งเป็นผลสํารวจที่มีแพทย์ผิวหนัง ทั้งหมด 34 ประเทศเข้าร่วม โดยสามารถอ้างอิงถึงมากกว่า 80% ของ GDA ทั่วโลก
  10.